More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ☆สเปชชุดนี้จัดทำเพื่อใข้...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

☆สเปชชุดนี้จัดทำเพื่อใข้ประกอบการเรียนรู้ฟิสิกส์เพิ่มเติม1-6

View space
••(( PhYsic$602 ))••
View space
Physic Project Return
View space
MonLY Moon
View space
ปรียาพร-จุฑาทิพย์-ดวงใจ
View space
physicsm5
View space
εїз∥~|ChErRaH|~∥εїз
View space
ÞhÀ
View space
จิราภรณ์ เอราวรรณ (ครูติ๋ม )

☆<กระทู้ชาวฟิสิกส์>ตั้งคำถามและร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนที่นี่

เรียนรู้ฟิสิกส์ปี2551 ผ่านเว็บล็อกมัลติพลายที่นี่

เรียนรู้ฟิสิกส์กับเราด้วยเว็บล็อกมัลติพลาย

คลิกที่นี่ PHYSICSFORTH Computer

มาเรียนรู้"คลื่นกล"กันเถอะ

 

 

มาเรียนรู้"คลื่นกล"กันเถอะ 
น.ส.อัมพิลา,น.ส.วีรยา,น.ส.ศรัญญา
http://tigerphysics.spaces.live.com/

!! คลื่นกล
  เมื่อจับเชือกเส้นหนึ่งให้อยู่ในแนวราบโดยปลายหนึ่งตรึงไว้กับผนัง แล้วจับอีกปลายหนึ่งสบัดขึ้นลง การที่เราออกแรงสบัดปลายเชือกเป็นการให้พลังงานแก่เส้นเชือก พลังงานจะถูกถ่ายโอนผ่านเส้นเชือกไปยังปลายเชือกด้านที่ติดกับผนัง การถ่ายโอนพลังงานผ่านเส้นเชือกจะทำให้มีคลื่นเกิดขึ้น ซึ่งมีทิศทางในแนวราบ แต่อนุภาคของเส้นเชือกจะสั่นขึ้นลงในแนวดิ่งเท่านั้น ไม่ได้เคลื่อนที่ไปตามแนวราบกับคลื่น  คลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่อย่างนี้ เรียกว่า  คลื่นกล  ตัวอย่างของคลื่นที่พบเสมอในชีวิตประจำวัน  เช่น  คลื่นเสียง  คลื่นน้ำ คลื่นบนเส้นเชือก 

แบบทดสอบโพรเจกไทล์

 

 

แบบทดสอบจาก  http://nuchlove.spaces.live.com/ 
แบบฝึกหัด เรื่อง...การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
ข้อที่ 1)
การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ มีแนวการเคลื่อนที่แบบใด

   1. แนวเส้นตรง
   2. แนวโค้งพาราโบลา
   3.  แนววงกลม
   4.  แนวโค้งไฮเปอร์โบลา


ข้อที่ 2)
แรงที่กระทำต่อวัตถุ ภายหลังจากเริ่มเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ คือแรงในข้อใด
   1. แรงดึงดูดระหว่างมวล
   2. แรงสู่ศูนย์กลางของการเคลื่อนที่
   3. แรงโน้มถ่วงของโลก
   4. แรงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ

ข้อที่ 3)
วัตถุที่ตกแบบเสรีกับวัตถุที่เคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ จากที่ระดับความสูงเท่ากัน ข้อใดถูกต้อง
   1. เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของทั้งสองกรณ๊ ไม่เท่ากัน
   2. เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของทั้งสองกรณี เท่ากันเสมอ
   3. ความเร่งของการเคลื่อนที่ของทั้งสองกรณี เท่ากันเสมอ
   4. ความเร็วต้นของการเคลื่อนที่ของทั้งสองกรณี เท่ากันเสมอ

ข้อที่ 4)
จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. ความเร็วในแนวระดับมีค่าคงที่
ข. ความเร็วต้นในแนวดิ่ง มีค่าเป็นศูนย์
ค. ความเร็วต้นในแนวระดับมีค่าคงที่ แต่ขึ้นอยู่กับแรงที่กระทำต่อโพรเจกไทล์
ง. ความเร่งในแนวระดับเป็นศูนย์ แต่ความเร่งในแนวดิ่ง มีค่าคงที่ เท่ากับ g
ข้อใด เป็นลักษณะของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์

   1. ข้อ ก. และ ข.
   2. ข้อ ข. และ ค.
   3. ข้อ ค. และ ง.
   4. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 5)
การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบโพรเจกไทล์ มีลักษณะดังข้อใด
ก. แนวการเคลื่อนที่ มีทั้งในแนวดิ่งและในแนวระดับ พร้อม ๆ กัน
ข. การเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้ความเร่ง g กับเวลา t
ค. ความเร็วต้นในแนวระดับที่มีค่ามากกว่าศูนย์ และมีค่าคงตัว ตลอดการเคื่อนที่
ง. เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ตามแนวโค้งพาราโบลา จะมีค่ามากกว่าเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง
ข้อที่ถูกต้องคือข้อใด

   1. ข้อ ก. และ ข.
   2. ข้อ ข. และ ค.
   3. ข้อ ค. และ ง.
   4. ข้อ ก. ข. และ ค.
 

 

เฉลยคำตอบ

1.ข้อ 2

2.ข้อ 3

3.ข้อ 2

4.ข้อ 4

5.ข้อ 4

แบบทดสอบเรื่อง การเคลื่อนที่บนทางโค้ง

 

 

แบบทดสอบ จาก http://physicsm5.spaces.live.com/

 

¸ღ¸มาลองทำแบบทดสอบกันดีกว่า¸ღ¸

ข้อที่ 1) รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง แล่นเลี้ยวโค้งบนถนนราบด้วยความเร็ว 30 เมตร/วินาที รัศมีความโค้งของถนน 90 เมตร รถจักรยานยนต์จะต้องเอียงตัวทำมุมกับแนวดิ่ง เป็นมุมเท่าใด

1. 30 องศา

2. 45 องศา

3. 60 องศา

4. 90 องศา

ข้อที่ 2)รถยนต์มวล 600 กิโลกรัม แล่นบนทางโค้งที่มีรัศมี 50 เมตร ด้วยความเร็ว 54 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ้าพื้นถนนทางโค้งนี้อยู่ในแนวราบ จงหา สัมประสิทธิ์ของแรงเสยดทานมีค่าเท่าไร

1. 0.15

2. 0.28

3. 0.45

4. 0.62

ข้อที่ 3)จากการแข่งรถจักรยานยนต์ในสนามแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า เมื่อรถมาถึงถนนโค้งที่มีพื้นในแนวระดับ รัศมี 40 เมตร คนขับและรถต้องเอียงตัวทำมุม 32.5 องศา กับแนวดิ่ง อยากทราบว่า ขณะนั้นรถมีอัตราเร็วเท่าไร (ให้ tan 32.5 องศา = 0.637)

1. 15.96 เมตร/วินาที

2. 16.95 เมตร/วินาที

3. 19.65 เมตร/วินาที

4. 21.65 เมตร/วินาที

ข้อที่ 4)ให้รถยนต์แล่นเลี้ยวโค้งบนถนนที่มีรัศมีความโค้ง 0.1 กิโลเมตร ด้วยอัตราเร็ว 36 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้อย่างปลอดภัย แม้ในขณะที่มีฝนตกถนนลื่น จะต้องสร้างถนน ให้เอียงทำมุมกับแนวระดับ กี่ องศา (ให้ tan 6 องศา = 0.105 )

1. 4 องศา

2. 5 องศา

3. 6 องศา

4. 8 องศา

ข้อที่ 5)ขณะขับรถบนทางโค้ง ที่มีรัศมีความโค้ง 200 เมตร ผู้ขับมองเห็นตุ๊กตาที่แขวนอยู่ใน รถเอียงทำมุม 30 องศา กับแนวดิ่ง ความเร็วของรถขณะนั้น มีค่าเท่าไร

1. 12 เมตร/วินาที

2. 23 เมตร/วินาที

3. 34 เมตร/วินาที

4. 43 เมตร/วินาที

ชนิดและส่วนประกอบของคลื่น

 

ชนิดและส่วนประกอบของคลื่น จาก http://physicsP2N.spaces.live.com/
  ชนิดและส่วนประกอบของคลื่น

   คลื่นเกิดจากการส่งต่อพลังงานของอนุภาคตัวกลางจากอนุภาคหนึ่งไปยังอนุภาคที่อยู่ข้างเคียง ขณะที่เกิดคลื่น                                       ขึ้นทุกอนุภาคบน ตัวกลางก็จะสั่นกลับมารอบตำแหน่งสมดุลโดยไม่มีการเคลื่อนที่ตามคลื่นไป ลักษณะคลื่นแบบนี้                                   เรียกว่า คลื่นกล (mechanical waves) เช่นเมื่อมีการรบกวนบนผิวน้ำนิ่งโดยการโยนก้อนหินลงไปในสระ อนุภาค                                 ของน้ำจะสั่นขึ้นและลงรอบตำแหน่งสมดุล ทำให้ เกิดเป็นคลื่นขึ้น โดยคลื่นจะแผ่จากตำแหน่งที่ก้อนหินกระทบผิวน้ำ                                   ออกไปรอบ ๆ ตำแหน่งนั้นทุกทิศทางเป็นรูปวงกลม ติดต่อกันไป                                                                                          1. ชนิดของคลื่น            

     ถ้าแบ่งคลื่นตามลักษณะการเคลื่อนที่ของอนุภาคของตัวกลางที่ถูกรบกวนและทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น                                         สามารถแบ่งคลื่นออก ได้เป็น 2 ชนิด คือ
     ก. คลื่นตามขวาง (transverse waves) เป็นคลื่นที่ส่งผ่านไปในตัวกลางแล้วทำให้อนุภาคในตัวกลาง                                           เคลื่อนที่ตั้งฉากกับทิศทาง การเคลื่อนที่ของคลื่น เช่นคลื่นตามขวางในเส้นเชือก , คลื่นแสง เป็นต้น
     ข. คลื่นตามยาว (longitudinal waves) เป็นคลื่นที่ส่งผ่านไปในตัวกลางแล้วทำให้อนุภาคในตัวกลางเคลื่อนที่                                    ตามแนวขนานกับทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น เช่น คลื่นเสียง , คลื่นในสปริง เป็นต้น
 2. ส่วนประกอบของคลื่น
1. สันคลื่น คือ ตำแหน่งสูงสุดของคลื่น ได้แก่จุด C และ C/
2. ท้องคลื่น คือ ตำแหน่งต่ำสุดของคลื่น ได้แก่จุด D และ D/
3. อัมปลิจูด คือ ระยะจัดสูงสุดของคลื่นวัดจากตำแหน่งสมดุล แทนด้วย A ดังรูป
4. คาบ (Period) คือ ช่วงเวลาในการสั่น 1 รอบของอนุภาค มีหน่วยเป็นวินาที แทนด้วย T
5. ความถี่ (Frequency) คือ จำนวนรอบที่อนุภาคสั่นใน 1 วินาที มีหน่วยเป็นรอบต่อวินาที

 

6. ความยาวคลื่น (Wavelength) คือ ระยะทางที่คลื่นไปได้ในช่วงเวลาของ 1 คาบ แทนด้วย บางทีความ                                           ยาวคลื่นคือ ระยะจากระหว่างจุด 2 จุดที่อยู่ถัดกัน ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน เช่น จากจุด C ถึง C/ หรือจากจุด D                                        ถึง D/ ลักษณะที่เหมือนกัน เรียกว่า มีเฟสตรงกัน (inphase)
7. อัตราเร็วคลื่นหรืออัตราเร็วเฟส คือ ระยะทางที่คลื่นเคลื่อนที่ได้ 1 ความยาวคลื่น ในเวลา 1 คาบ (T) มีหน่วย                                     เป็นเมตรต่อวินาที(m/s)

    สำหรับในตัวกลางชนิดเดียวกัน อัตราเร็วคลื่นจะมีค่าคงที่ (v คงที่ )โดย ความยาวคลื่นจะแปรผกผันกับความถี่                                     นั่นคือ ถ้าความถี่สูง ความยาวคลื่นจะสั้น ส่วนคลื่นที่มีความถี่ต่ำ ความยาวคลื่นจะยาวขึ้น

 

ภาพแสดงสมบัติของคลื่น จาก http://physicslover501.spaces.live.com

 

 

ภาพแสดงสมบัติของคลื่น จาก http://physicslover501.spaces.live.com 

ภาพแสดงสมบัติของคลื่น

  การสะท้อนของคลื่น

 

การหักเหของคลื่น

 

การแทรกสอดของคลื่น

 

 

การเลี้ยวเบนของคลื่น

 

 

สูตรการหักเหของคลื่น จากhttp://satung502.spaces.live.com

 

เรียนรู้ทำความเข้าใจสมการที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องคลื่น จาก http://satung502.spaces.live.com

สูตรการหักเหของคลื่น

 

สูตรการหักเหของคลื่น

 

image

 

การหักเหของคลื่น

สูตร    การคำนวณหามุมหักเห

   =        =        =        =    

   -    มุมตกกระทบ

   -    มุมหักเห

   -    ความยาวคลื่นในน้ำลึก

   -    ความยาวคลื่นในน้ำตื้น

   -    อัตราเร็วในน้ำลึก

   -    อัตราเร็วในน้ำตื้น

   -    ดรรชนีหักเหของตัวกลางที่ 2 เปรียบเทียบกับตัวกลางที่ 1

 

 

imageimageimageimage

 

หัวข้อการพูดคุย ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายเกี่ยวกับคลื่นสึนามิได้อย่างไร จาก miniproject1.spaces.live.com

 

ข้อความ

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายเกี่ยวกับคลื่นสึนามิได้อย่างไร

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายเกี่ยวกับคลื่นสึนามิได้อย่างไร

        เนื่องจากบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้มีผู้เขียนแล้วมากมาย  ดังนั้นผู้เขียนจึงพยายามเขียนในแนวทางซึ่งยังไม่มีใครเขียน  และเนื่องจากผู้เขียนสอนวิชาฟิสิกส์  จึงจะนำเอาความรู้ทางฟิสิกส์มาใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับคลื่นสึนามิให้ได้มากที่สุด  สำหรับการเกิดคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งทะเลของไทยในครั้งนี้  เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ถูกคลื่นสึนามิถล่ม  แต่ถึงแม้ว่าเป็นครั้งแรกแต่ก็ยังเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดด้วย   และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นภายในห้องเรียนของภาควิชาฟิสิกส์  คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งมี TV  ติดตั้งอยู่ในห้องเรียนทุกห้อง  ผู้เขียนได้เปิด TV ให้นักศึกษาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและนักศึกษาก็ได้มีคำถามและข้อสงสัยมากมาย ผู้เขียนสรุปข้อสงสัยของนักศึกษาได้เป็น 6 ข้อ  ดังนี้ (ต้องขอขอบใจนักศึกษาทุกคนที่ได้ตั้งข้อสงสัยต่างๆทำให้ผู้เขียนมีวัตถุดิบในการผลิตบทความนี้)

1)      ทำไมคลื่นสึนามิจึงไม่ทำอันตรายต่อเรือเดินสมุทรหรือเรือประมงที่อยู่ในทะเลลึก

       และทำไมคลื่นสึนามิเวลาเข้ามาบริเวณชายฝั่งจึงมีขนาดใหญ่กว่าคลื่นที่อยู่ในทะเล

2)      ทำไมก่อนเกิดคลื่นสึนามิน้ำในทะเลจึงลดลง

3)      ทำไมคลื่นนี้จึงมีพลังงานมากมายมหาศาลอย่างนี้

4)      คลื่นสึนามิต่างจากคลื่นในทะเลทั่วไปอย่างไร

5)      ทำไมประเทศสิงค์โปร์และมาเลเซียจึงไม่ได้รับอันตรายจากคลื่นสึนามิ

6)      รู้ได้อย่างไรว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่ใด

               ความรู้หรือหลักการทางฟิสิกส์ สามารถอธิบายเกี่ยวกับคลื่นสึนามิได้ดังนี้

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 1 ได้ดังนี้

สำหรับข้อสงสัยข้อที่ 1)  สามารถอธิบายได้ดังนี้  ทุกท่านที่เคยเรียนวิชาฟิสิกส์ท่านก็คงจะ

ทราบว่าเมื่อคลื่น(ไม่ว่าจะเป็นคลื่นแสง  คลื่นเสียง  หรือคลื่นน้ำ) เคลื่อนที่จากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง ความเร็วและความยาวคลื่นของคลื่นนั้นจะเปลี่ยน และในกรณีของคลื่นน้ำก็เช่นเดียวกันเมื่อเคลื่อนที่จากน้ำลึกไปยังน้ำตื้น ความยาวคลื่น และความเร็วจะลดลง  เมื่อความยาวคลื่นลดลงแอมปลิจูดของคลื่นก็จะเพิ่มขึ้น  ซึ่งความรู้ตรงนี้นักเล่นกระดานโต้คลื่นรู้ดี เวลาเล่นกระดานโต้คลื่นก็จะไปรอบริเวณรอยต่อของน้ำตื้นกับน้ำลึก เมื่อคลื่นเคลื่อนที่มาถึงบริเวณรอยต่อนี้ ลูกคลื่นจะเพิ่มขนาดอย่างทันทีทันใดเกิดเป็นลูกคลื่นหัวแตก ดังรูปที่ 4 ดังนั้นคลื่นสึนามิจึงเป็นคลื่นที่สูงมากเมื่อเคลื่อนที่เข้ามาถึงบริเวณชายฝั่ง แต่บริเวณทะเลลึกแทบสังเกตุไม่ได้ว่ามีคลื่น ดังนั้นคลื่นสึนามิจึงไม่ทำอันตรายต่อเรือที่อยู่ในทะเลลึก ดังนั้นถ้าทราบล่วงหน้าว่าจะมีคลื่นสึนามิเกิดขึ้นเรื่อต่างๆที่อยู่บริเวณชายฝั่งก็ควรจะรีบวิ่งออกทะเลลึก


 

รูปที่ 4   คลื่นบริเวณทะเลลึกและบริเวณชายฝั่ง

กดปุ่ม Play  คุณจะได้เห็นการก่อตัวของคลื่นสึนามิ

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 2 ได้ดังนี้

สาเหตุที่น้ำทะเลลดลง เพราะว่าคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  เกิดจากการที่แผ่นเปลือก

โลกแผ่นหนึ่งมุดลงไปอยู่ข้างใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง (เพื่อให้ง่ายในการจินตนาการขอให้ท่านผู้อ่านนึกถึงกรณีที่แผ่นกระเบื้องปูพื้นแผ่นหนึ่งมุดเข้าไปใต้อีกแผ่นหนึ่ง) ทำให้น้ำปริมาณหนี่งถูกดูดลงมาในบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกมุดซ้อนกัน  จึงทำให้น้ำบริเวณชายฝั่งทะเลลดลงอย่างผิดปกติ  และน้ำดังกล่าวจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับนำคลื่นมาด้วย

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 3 ได้ดังนี้

เนื่องจากคลื่นสึนามินี้เกิดจากการขยับตัวของเปลือกโลก (การปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่ของ

แผ่นเปลือกโลก)ซึ่งต้องใช้พลังงานปริมาณมากมายมหาศาล  ในการขยับตัวของแผ่นเปลือกโลกนี้  พลังงานจำนวนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนมาเป็นพลังงานของคลื่นสึนามิ  ดังนั้นพลังงานของคลื่นนี้จึงมีค่อนข้างมาก

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 4 ได้ดังนี้

คลื่นในทะเลส่วนใหญ่เกิดจากกระแสลมดังนั้นคลื่นดังกล่าวจึงเป็นเพียงคลื่นผิวน้ำ  ส่วน

คลื่นสึนามิในครั้งนี้เป็นคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว  คลื่นนี้จึงเกิดขึ้นทั่วทั้งพื้นน้ำ หรือกล่าวง่ายๆได้ว่าคลื่นสึนามินี้มีทั้งคลื่นผิวน้ำและคลื่นใต้น้ำ จึงมีพลังงานแตกต่างจากคลื่นธรรมดาอย่างมาก

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 5 ได้ดังนี้

ประเทศสิงค์โปร์และมาเลเซียไม่ได้รับอันตรายจากคลื่นสึนามิ  เพราะว่าจุดกำเนิดคลื่นสึ

นามิในครั้งนี้เกิดบริเวณส่วนเหนือของเกาะสุมาตรา และตัวเกาะสุมาตราทำหน้าที่เป็นตัวกำบังคลื่นไม่ให้คลื่นเคลื่อนที่ไปยังประเทศมาเลเซียและสิงค์โปร์  แต่ประเทศที่น่าแปลกที่สุดน่าจะเป็นประเทศพม่าเพราะว่าประเทศพม่าอยู่ในบริเวณที่ได้รับคลื่นเช่นเดียวกับประเทศไทย  แต่กลับได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยมีคนตายไม่ถึง 100  คน (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปิดข่าวหรือชาวพม่าทำบุญไว้มาก)

ความรู้ทางฟิสิกส์สามารถอธิบายข้อสงสัยข้อที่ 6 ได้ดังนี้

คำถามสุดท้ายที่หลายคนอยากรู้ก็คือว่า  รู้ได้อย่างไรว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่

ใด หลักการในการหาจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหว  ในที่นี้จะหมายถึงจุดเหนือศูนย์กลางแผ่นดินไหวใช้หลักการเดียวกับข้อมูล GPS  (Global Position  System) ที่ใช้ในระบบการบอกตำแหน่งของรถยนต์  ซึ่งต้องใช้ข้อมูลระยะทางจากดาวเทียมอย่างน้อย 3 ดวง จึงจะสามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอนของรถยนต์ได้  ในทำนองเดียวกันการหาตำแหน่งจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวก็ต้องมีข้อมูลว่าจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ที่ใดและอยู่ห่างจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวเท่าไร  และจะต้องได้ข้อมูลอย่างนี้อย่างน้อย 3 สถานี  จึงจะทราบจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวได้ 

           สำหรับการคำนวณหาว่าระยะห่างของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวเท่าไรนั้น  คำนวณหาได้ไม่ยากเนื่องจากในการเกิดแผ่นดินไหวจะมีคลื่นแผ่นดินไหว  2 ชนิด เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ คลื่นปฐมภูมิ (Primary)  และคลื่นทุติยภูมิ (Secondary) คลื่นปฐมภูมิจะมีความเร็วมากกว่าคลื่นทุติยภูมิ  ดังนั้นถ้าคลื่นทั้ง 2 เคลื่อนที่มาถึงสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวต่างกันมากก็แสดงว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากสถานีตรวจวัดมาก

แบบฝึกหัดก่อนเรียนชุดที่ 1 ㊣ จาก navyphisicspasia

 

ข้อความ

แบบฝึกหัดก่อนเรียนชุดที่ 1 ㊣

แบบฝึกหัดก่อนเรียนเรื่อง แสง ชุดที่ ๑

๑. แสงเดินทางในลักษณะใด

ก.
ข.
ค.
ง.


๒. การเลือกใช้วัสดุทำช่องรับแสงของห้องน้ำ ควรเลือกใช้วัตถุชนิดใด
ก. กระจกเงา
ข. กระจกใส
ค. กระจกฝ้า
ง. แผ่นไม้

๓. วัตถุในข้อใดสะท้อนแสงได้ดีที่สุด
ก. กระดาษขาว
ข. แผ่นไม้
ค. ผ้าม่าน
ง. ถนนคอนกรีต

๔. แสงสามารถเดินทางผ่านวัตถุชนิดใดได้บ้าง
ก. วัตถุทึบแสง
ข. วัตถุโปร่งแสง
ค. วัตถุโปร่งใส
ง. วัตถุโปร่งแสง และวัตถุโปร่งใส

๕. ข้อใดสรุปการเดินทางของแสงผ่านวัตถุชนิดต่างๆ ได้ชัดเจนที่สุด
ก. แสงผ่านวัตถุต่างชนิดกันได้ต่างกัน
ข. แสงผ่านวัตถุต่างชนิดกันได้เท่ากัน
ค. วัตถุทุกชนิดไม่ยอมให้แสงผ่าน
ง. วัตถุที่แสงผ่านได้หมดเรียกว่า วัตถุ
โปร่งแสง

๖. "เมื่อนิดมองผ่านแผ่นกระจกใสจะเห็นเปลวเทียนไขได้ชัดเจน แต่เมื่อมองผ่านแผ่นกระเบื้องกลับมองไม่เห็นเปลวเทียน"
ข้อใดสรุปคำกล่าวนี้ได้ถูกต้องที่สุด
ก. แผ่นกระจกใสเป็นวัตถุโปร่งแสง แต่แผ่นกระเบื้องเป็นวัตถุทึบแสง
ข. แผ่นกระจกใสเป็นวัตถุโปร่งใส แต่แผ่นกระเบื้องเป็นวัตถุทึบแสง
ค. ทั้งสองชนิดเป็นวัตถุโปร่งแสง
ง. ถ้าใช้แสงที่สว่างมากๆ แทนเทียนไข เราอาจมองผ่านแผ่นกระเบื้องได้

๗. "เส้นแนวฉาก" หมายถึงข้อใด
ก. เส้นที่ลำแสงตกกระทบ
ข. เส้นที่ลำแสงสะท้อน
ค. เส้นรอยต่อระหว่างวัตถุ ๒ ชนิด
ง. เส้นตั้งฉากกับผิววัตถุตรงตำแหน่งที่ลำแสงตกกระทบ

 


Energy : พลังงาน-จากPhysics lover

 

ข้อความ

Energy : พลังงาน
 
Energy : พลังงาน
 
 
เชิญเลือกหัวข้อที่ท่านสนใจทางด้านล่างครับ
 
 
 

                                  
     คลื่น          คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า      ความร้อน             พลังงาน       พลังงานนิวเคลียร์